สภาพทางเศรษฐกิจ  สังคมและวัฒนธรรม สมัยสุโขทัย          
animove.gif (44267 bytes)
สภาพทางเศรษฐกิจ    	
		 เศรษฐกิจของสุโขทัยเป็นแบบเกษตรกรรมเพราะมีพื้นที่ที่อุดมสมบรูณ์มาก เป็นแบบยังชีพที่เลี้ยงตนเอง
ได้ ผลผลิตสำคัญ คือ  ข้าว   ดังคำกล่าวที่ว่า  '' ในนน้ำมีปลา  ในนามีข้าว '' แต่ไม่มีการส่งข้าวออกไปขาย   มีแต่เตรียม
เสบียงอาหารไว้ไม่ให้ขลาดแคลน   แม้ในยามศึกสงคราม   นอกจากนั้นก็ยังมีการปลูกพืชอื่น ๆ  อีกมากมาย   มีตลาดการ
ค้าหรือตลาดนัดเรียกว่า ตลาดปสาน และสุโขทัยยังมีการสร้างระบบชลประทาน   สร้างเขื่อนหรือทำนบกั้นน้ำ
เรียกว่า   สรีดภงค์ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของสุโขทัย    ยังมีถนนจากเมืองศรีสัชนาลัยถึงกรุงสูโขทัยเรียกว่า 
ถนนพระร่วง
      		ในด้านการค้าขายเปิดโอกาสให้ค้าขายได้อย่างเสรี   มีเงินตราที่ใช้  คือ   เงินพดด้วง  เบี้ย    หอยต่าง ๆ   ใน
การแลกเปลี่ยนสินค้า      การค้ามีทั้งในประเทศและต่างประเทศ    มีสินค้ามากมาย    แต่ที่มีชื่อเสียงมาก  คือ 
เครื่องสังคโลก ที่พบเตาเผามากมายในหลายเมือง   ได้แก่  สุโขทัย   ศรีสัชนาลัย  พิษณุโลก    อุตรดิษถ์   ส่งไปขาย ยัง
ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย  และญี่ปุ่น
                              
สภาพทางสังคม
            
               การจัดระเบียบสังคมไทยในสมัยสุโขทัย  แบ่งออกเป็น   2  กลุ่มใหญ่   คือ
       1.ชนชั้นผู้ปกครอง ได้แก่   พระมหากษัตริย์   พระบรมศานุวงศ์   และขุนนางข้าราชการ
       2.ราษฎร ได้แก่     ไพร่หรือไพร่ฟ้า  และทาส ส่วนชาวต่างชาติสมัยนี้ก็มิได้รังเกียจที่จะเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่   
	  นอกจากนั้นพระสงฆ์ยังได้รับการยกย่องให้สูงกว่าคนธรรมดาด้วย
                                      
 ลักษณะทางวัฒนธรรม
                                                            
             วัฒนธรรมแสดงให้เห็นถึงความเจริญของบ้านเมืองโดยได้รับวัฒนธรรมมาจากอินเดียหลายอย่างผสมผสานกับ
พุทธศาสนา  จนกลายเป็นรากฐานของมรดกของไทยมาจนถึงปัจจุบัน     เช่น   ประเภณีต่าง ๆ   ได้แก่  พิธีวันวิสาขบูชา   
พิธีทำบุญเข้าพรรรษา ออกพรรษา   การทอดกฐิน  พิธีจองเปรียง   ( ลอยพระประทีป ) ซึ่งทำกันในวันเพ็ญเดือน   12   
เดิมเป็นพิธีของพราหมณ์     หรือปัจจุบันเรียกว่า    การเผาเทียนเล่นไฟ    พิธีจรดพระนังคัล   พิธีสงกรานต์   ตรียำปวาย   
( การโล้ชิงช้า ) เป็นต้น
                      
ด้านศาสนา       
     
          สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชได้นิมนต์พระสงฆ์จากนครศรีธรรมราชนำพุทธศาสนาแบบเถรวาส   ( หินยาน ) 
ลัทธิลังกาวงศ์มาเผยแผ่ยังกรุงสุโขทัย    และรับนับถือสืยต่อมา    สมัยพระมหาธรรมราชาที่    1 ( ลิไทย ) พุทธศาสนา
เจริญรุ่งเรืองมาก    ได้มีการพระราชนิพนธ์หนังสือทางศาสนาขึ้น ชื่อว่า   ไตรภูมิพระร่วง  ( เตภูมิกถา ) และยังส่งพระ
ไปเผยแผ่พุทธศาสนายังดินแดนอาณาจักรใกล้เคียงอีกด้วย    และสมัยสุโขทัยนั้น   
ถือว่าวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชนในทุก ๆ ด้าน
  
วรรณกรรม

       สมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราช   ทรงคิดประดิษฐตัว์อักษรไทยขึ้น    เมื่อปี  พ. ศ.  1826   เรียกว่า  ลายเสือไทย 
โดยดัดแปลงมาจากอักษรขอมและมอญมาเป็นอักษรไทย    ซึ่งวิธีการเขียน  พยัญชนะ   สระ  วรรณยุกต์    จะอยู่บรรทัด
เดียวกัน ต่อมาจึงดัดแปลงมาเป็นแบบปัจจุบัน
                                        
วรรณกรรมที่สำคัญ

       1.ศิลาจารึกพ่อขุนรามคำแหงมหาราช หรือ ศิลาจารึกหลักที่ 1 ซึ่งมีทั้งหมด  4    ด้าน    ศิลาจารึก  เกี่ยว
กับการประดิษฐ์ตัวอักษรไทย    ประวัติพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ความอุดมสมบรูณ์ของสุโขทัย     การเมืองการปกครอง
เศรษฐกิจ   สังคมต่างๆ ของสุโขทัย 

       2.ไตรภูมิพระร่วง หรือ เตภูมิกตา   พระราชนิพนธ์ของพระมหาธรรมราชาที่   1  ( ลิไทย )   เป็นหนังสือเกี่ยว
กับพุทธศาสนา

       3.ตำรับนางนพมาศ แต่งโดยนางนพมาศหรือท้าวศรีจุฬาลักษณ์    ให้ความรู้เกี่ยวกับขนบธรรมเนียมประเพณีและ
เรื่องของสตรีสมัยสุโขทัย
                             
ศิลปกรรม   

       สมัยสุโขทัย   ศิบลปกรรมมีแรงบันดาลใจมาจากพุทธศาสนา   ซึ่งในระยะแรกๆก็ได้รับอิทธิพลมาจากขอม แต่ต่อมา
ก็ดัดแปลงเป็นแบบของสุโขทัยเอง ที่สำคัญที่สุด  คือ
       1.สถาปัตยกรรม ได้แก่   เจดีย์แบบสุโขทัยแท้   ยอดเป็นทรงพุ่มข้าวบิณฑ์หรือดอกบัวตูม    และเจดีย์ทรงกลม
แบบลังกา   หรือแบบโอคว่ำ    หรือทรงระฆังคว่ำ
       2.ประติมากรรม  นิยมหล่อพระพุทธรูปด้วยสำริด    ( ทองดแงผสมดีบุก ) ซึ่งมีลักษณะอ่อนช้อย    งดงาม
ประณีตมาก   ที่สำคัญ  คือ 
           พระพุทธรูปปางลีลา
      3.จิตรกรรม  เป็นภาพลายเศิลปกรรมมีแรงบันดาลใจมาจากพุทธศาสนา   ซึ่งในระยะแรก ๆ   ก็ได้รับอิทธิพล
มาจากขอม   แต่ต่อมาก็ดัดแปลงเป็นแบบของสุโขทัยเองส้นและภาพสีฝุ่น    เป็นเรื่องเกี่ยวกับชาดก    ตามฝาผนังตาม
วัดต่าง ๆ ใช้สีกลุ่มดำแดงเรียกว่า  สีเอกรงค์   เช่น   ที่วัดเจดีย์เจ็ดแถว   เมืองศรีสัชนาลัย 
     
hr2.gif (4742 bytes)             
				                     shouse2.gif (223 bytes)    pbook_1.gif (43374 bytes)    แบบทดสอบ