อาณาจักรสุโขทัย

hr2.gif (4742 bytes)

การสถาปนาอาณาจักร

     
    พ่อขุนบางกลางหาว   เจ้าเมืองบางยาง   และพ่อขุนผาเมือง   เจ้าเมืองราด   เป็นพระสหายกัน   ได้ตีเมืองสุโขทัยและ

ศรีสัชนาลัยได้จากขอมสมาดโขลญลำพงได้สำเร็จ   พ่อขุนบางกลางหาวได้ปกครองกรุงสุโขทัย เป็นปฐมกษัตริยทรงพระนามว่า
พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ เมื่อ  พ.ศ.  1792


ปัจจัยที่เอื้อต่อการสถาปนาอาณาจักร มี 2 ประการ  คือ

   
   1. ปัจจัยภายใน   ได้แก่    มีผู้นำที่เข้มแข็ง   คนไทยมีขวัญและกำลังใจดี   มีความรักอิสระไม่ชอบอยู่ใต้อำนาจใครให้เขา

มาข่มเหง   และบ้านเมืองมีความอุดมสมบูรณ์มาก
      2. ปัจจัยภายใน   ได้แก่   ขอมซึ่งมีอิทธิพลอำนาจเหนือบริเวณแถบนี้เสื่อมอำนาจลง


พระมหากษัตริย์สมัยกรุงสุโขทัย
 
   พระมหากษัตริย์สมัยกรุงสุโขทัย   ราชวงศ์พระร่วง  มี 9 พระองค์   ดังนี้
     1. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ( ประมาณ   พ.ศ. 1792 - ไม่ทราบแน่ชัด )
     2. พ่อขุนบางเมือง ( ประมาณ   พ.ศ.  ไม่ทราบแน่ชัด  - 1822 )
     3. พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ( ประมาณ พ.ศ.  1822 - 1841)
     4. พระยาเลอไทย ( ประมาณ พ.ศ.  1841 - ไม่ทราบแน่ชัด )
     5. พระยางั่วนำถม (ประมาณ พ.ศ.  ไม่ทราบแน่ชัด - 1890 )
     6. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย) (ประมาณ พ.ศ.  1890 - 1911)
     7. พระมหาธรรมราชาที่ 2 (ประมาณ พ.ศ.  1911 - 1942)
     8. พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสยลือไทย) (ประมาณ พ.ศ.  1943 - 1962)
     9. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล) ( ประมาณ พ.ศ. 1962 - 1981)
        พระมหากษัตริย์ของสุโขทัยเป็นศูนย์กลางการปกครองที่สำคัญที่สุด   เพราะเป็นศูนย์รวมของอำนาจถ้าพระมหากษัตริย์ทรง

เข้มแข็ง  ทำให้บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง   ถ้าพระมหากษัตริย์ทรงออ่นแอ   จะทำให้บ้านเมืองแตกแยกวุ่นวายเดือดร้อน   ในสมัย
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช   บ้านเมืองเจริญรุ่งเรืองสูงสุด   เพราะพระองค์ทรงมีความสามารถสูง   และขยายอาณาเขตได้อย่าง
กว้างขวาง   ถ้าราษฎรคนใดเดือดร้อนไม่ได้รับความยุติธรรม   สามารถมาสั่นกระดิ่งที่ประตูวัง   พ่อขุนรามคำแหงมหาราชจะ
เสด็จออกมาไต่สวนเรื่องราวให้ และทุกวัน พระพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจะนิมนต์พระมาแสดงธรรมที่กลางดงตาลให้ประชาชน
ฟังและพระองค์ทรงปกครองแผ่นดิน ด้วยการยึดหลักธรรมในทางพระพุทธศาสนาด้วย

การปกครอง

            สมัยสุโขทัย   มีการปกครองแบบพ่อปกครองลูก   โดยมีพ่อเป็นหัวหน้าครอบครัวใหญ่หรืออาณาจักรเรีอกว่า   พ่อขุน 

ส่วนราษฎรเรียกว่า   ลูกขุน   ซึ่งเป็นการปกครองที่เหมาะสมกับสมัยนั้น   เพราะมีประชากรน้อยดังปรากฏเด่นชัดในสมัย
พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งมีการจารึกเรื่องราวต่าง ๆไว้ในศิลาจารึก

การแบ่งส่วนการปกครอง
       การแบ่งส่วนการปกครอง   แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ
       1. การปกครองส่วนกลาง   เป็นการปกครองในราชธานีหรือเมืองหลวง   คือ  สุโขทัย   ซึ่งเป็นศูฯย์กลางการปกครองของ

          อาณาจักร
       2. การปกครองส่วนภูมิภาค   เป็นการปกครองเมืองต่างๆ   นอกเมืองหลวงออกไป    แบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ
          2.1 เมืองลูกหลวง  หรือ   เมืองหน้าด่าน   โดยห่างจากเมือง   มีระยะทางเดินเท้าประมาณ   2 วันถึง  ซึ่งพระมหากษัตริย์

จะแต่งตั้งเจ้า นายเชื้อพระวงศ์ไปปกครองซึ่งตั้งอยู่รอบราชธานี ทั้ง 4 ทิศ คือ
                                 ทิศเหนือ                     ได้แก่        เมืองศรีสัชนาลัย   (สวรรคโลก)

                                  ทิศใต้                         ได้แก่        เมืองสระหลวง     (พิจิตร)
                                  ทิศตะวันออก              ได้แก่        เมืองสองแคว         (พิษณุโลก)
                                  ทิศตะวันตก                ได้แก่        เมืองนครชุม          (กำแพงเพชร)
          2.2   เมืองพระยามหานคร    ซึ่งจะขึ้นตรงต่อพระมหากษัตริย์และพระองค์จะทรงแต่งตั้งเจ้าเมืองไปปกครองดูแลใน

สมัยพ่อขุนรามคำแหง-มหาราชมีหลายเมือง  เช่น   เมืองพระบาง   เชียงทอง    บางพาน  เป็นต้น
         2.3   เมืองประเทศราช  หรือ   เมืองขึ้น    เป็นเมืองของคนต่างชาติ   ซึ่งกษัตริย์หรือเจ้าเมืองเดิมปกครอง   แต่ต้อง

ส่งเครื่องราชบรรณการมาถวาย ต่อกษัตริย์ที่สุโขทัย   แต่ในยามสงครามจะต้องส่งกองทัพและเสบียงไปช่วย  
สมัยพ่อขุนรามคำเเหงมหาราชมีเมืองประเทศราช   คือ
                ทิศเหนือ                          ได้แก่       เมืองแพร่                          เมืองน่าน
                ทิศใต้                              ได้แก่       เมืองนครศรีธรรมราช        เมืองมะละกา    เมืองยะโฮร์
                ทิศตะวันออก                   ได้แก่        เมืองเวียงจันทน์                เมืองเซ่า (หลวงพระบาง)
                ทิศตะวันตก                     ได้แก่        เมืองทวาย                        เมืองเมาะตะมะ    เมืองหงสาวดี


กฎหมายและการศาล
              สมัยสุโขทัยได้รับกฎหมายมาจากอินเดีย    คือ   คัมภีร์พระมนูธรรมศาสตร์    ซึ่งรับผ่านมาจากชนชาติมอญ     ได้นำมา

ผสมผสานให้เข้ากับแบบแผนประเพณีของไทย    ได้ออกกฎหมายต่าง ๆ  มาใช้   เช่น  กฎหมาย  มรดก   กฎหมายที่ดิน   
กฎหมายลักษณะลักพา    เป็นต้น
          เมื่อประชาชนเกิดข้อพิพาท    ก็จะมีตุลาการตัดสิน    ถ้าเห็นว่าตนไม่ได้รับความยุติธรรมก็สามารถสั่นกระดิ่งร้องทุกข์
ต่อพระมหากษัตริย์ได้

หน้าที่ของราษฎร

                    ชายฉกรรจ์ทุกคนมีหน้าที่ป้องกันบ้านเมืองในยามสงคราม    แต่ในยามบ้านเมืองสงบสุข    ก็ทำมาหากินตามปกติ
   

                              
   

animove.gif (44267 bytes)

   shouse2.gif (223 bytes)     pbook_1.gif (43374 bytes)     แบบทดสอบ